บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ นายร้อยตำรวจ สายพนักงานสืบสวน

3
พนักงานสอบสวน งาน

            “นายร้อยตำรวจ” เชื่อว่าเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน เห็นได้จากการเปิดสอบในแต่ละปีจะมีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก  ทั้งสายตรงที่รับสมัครจากผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลาย (ม.4-ม.5) เรียนอยู่ในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เพื่อสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร(นตท.) 2 ปีจากนั้น ศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.)อีก 4 ปี และการเปิดรับจากบุคคลภายนอกสอบแข่งขันเข้ารับราชการนายร้อยตำรวจ เมื่อเรียบจบออกมาแล้ว ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยังมีหลายสายงาน วันนี้  nine100.com จะพาไปรู้จัก นายร้อยตำรวจ สายพนักงานสืบสวน และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ

นายร้อยตำรวจ สายพนักงานสืบสวน

            หน่วยงานสืบสวน เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในคดีความต่าง ๆ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่หลักในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป และปัญหาอาชญากรรมรุนแรงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เมื่อเกิดคดีขึ้นแล้วมีหลายคดีไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ งานสืบสวนจึงเป็นหน่วยงานเริ่มต้นของคดี หรือเป็นงานด่านแรกที่จะต้องทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีและลงโทษให้ได้

ความหมายของงานสืบสวน

            งานสืบสวน หมายถึง การแสวงหาขเอเท็จจริงและหลักฐาน โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสืบสวนได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด

หน่วยงานสืบสวน หมายถึง

            หน่วยงานสืบสวน หมายถึง ข้าราชการตำรวจที่ทำหน้าที่หาข่าวการกระทำความผิดในคดีต่าง ๆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทันที่ และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสอบสวนต่อไป

อำนาจหน้าที่กองกำกับการสืบสวน

            หลักการสืบสวน เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานของพนักงานสืบสวน เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นอกจากนั้นกองกำกับการสืบสวนยังมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. อำนาจหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย สำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ
  2. อำนาจหน้าที่ในงานสืบสวนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญาทั้งหลาย
  3. อำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
  4. งานการข่าว
  5. งานสืบสวนอาชญากรรมสำคัญ
  6. งานปฏิบัติการพิเศษ
  7. งานเก็บกู้วัตถุระเบิด
  8. งานสืบสวนคดียาเสพติดและสารเสพติดประเภทต่าง ๆ ในเขตอำนาจการรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด โดยปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
  • งานธุรการและงานสารบัญ รวมทั้งจัดทำสถิติงานเข้า ออก ของกองกำกับการสืบสวน
  • งานประชาสัมพันธ์
  • ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีข้าราชการตำรวจถูกร้องเรียน กล่าวโทษว่ากระทำความผิดวินัยหรืออาญา
  • ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
  • ดำเนินการและสนับสนุนช่วยเหลือสถานีตำรวจท้องที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญา
  • ดำเนินการและสนับสนุนช่วยเหลือสถานีตำรวจท้องที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การก่อความไม่สงบ การจลาจล การก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ การควบคุมฝูงชนและการเจรจาต่อรอง
  • สืบสวนคดีอาญาที่มีลักษณะกระทำเป็นองค์กร หรือขบวนการ คดีอาญาที่มีความรุนแรง ซับซ้อน และเกิดคาบเกี่ยวในหลายพื้นที่ของสถานีตำรวจภูธร ในเขตอำนาจการรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด
  • เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติคดีอาญา สำเนาหมายจับตลอดจนให้ความร่วมมือในการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตามที่หน่วยอื่นประสานขอความร่วมมือ และจัดทำประวัติบุคคลผู้กระทำผิดอาญาและผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
  • อำนวยการในการแสวงหาข่าวสารที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตำรวจ รวมทั้งการตรวจสอบข่าว
  • ดำเนินการกรรมวิธีต่อข่าวสาร การผลิตข่าวสาร ข่าวกรอง และประเมินสถานการณ์ เสนอผู้บังคับบัญชาและหน่วยที่เกี่ยวข้อง
  • ดำเนินการสืบสวนหาข่าว และปฏิบัติการอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งงานด้านการข่าวที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ อันเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยต่าง ๆในเขตจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัด

9. งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

วิธีการ และบทบาทหน้าที่การสืบสวน

            บทบาทหน้าที่และวิธีการสืบสวนของพนักงานสืบสวนหลังเกิดเหตุจะมีการอยู่ 2 วิธี ได้แก่ การสืบสวนโดยวิธีธรรมดา และการสืบสวนโดยใช้วิทยาการ ดังนี้

การสืบสวนโดยวิธีธรรมดา

  1. สืบสวนจากมูลเหตุและเจตนา
  2. สืบสวนจากการซักถาม
  3. สืบสวนจากพยานหลักฐานที่คนร้ายทำทิ้งไว้
  4. สืบสวนโดยใช้สายลับ
  5. สืบสวนโดยการเฝ้าจุด
  6. สืบสวนโดยการสะกดรอย
  7. สืบสวนโดยวิธีการนกต่อ
  8. สืบสวนโดยวิธีการเข้าเกลียว
  9. สืบสวนโดยใช้เทคนิคการอำพราง
  10. สืบสวนโดยการก่อให้เกิดการแตกแยกในหมู่คนร้าย
  11. สืบสวนโดยใช้อิทธิพลความเชื่อถือในตัวผู้สืบ
  12. สืบสวนโดยใช้บุคคลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในท้องถิ่น
  13. สืบสวนโดยการตรวจค้น
  14. สืบสวนโดยการตรวจสอบประวัติรูปถ่ายและตำหนิรูปพรรณ

การสืบสวนโดยใช้วิทยาการ

  1. สืบสวนจากร่องรอยวัตถุพยาน
  2. สืบสวนจากบันทึกแผนประทุษกรรม

คุณสมบัติเฉพาะของนายร้อยตำรวจสายงานสืบสวน

1. คุณสมบัติของพนักงานสืบสวนทางบุคลิกภาพและสติปัญญา

  • ฉลาด มีไหวพริบและมีปฏิภาณดี
  • เป็นผู้ช่างสังเกตและจดจำ
  • มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนได้ทุกประเภท
  • รูปร่างลักษณะปกติธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป
  • รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการสืบสวน
  • มุ่งมั่น อดทน เสียสละ กล้า และสามารถควบคุมตัวเองได้
  • ต้องมีความรู้ความเข้าใจในวิชาจิตวิทยา ตรรกวิทยา ปรัชญา
  • มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
  • ดำเนินการสอบสวนตามประเด็นที่ตั้งไว้ได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนด้วยความมุ่งมั่นและอดทน
  • พิจารณาแยกแยะ ดำเนินการระหว่างงานสำคัญและงานเร่งด่วนให้ได้
  • รักงานสืบสวนอย่างแท้จริง
  • มีองค์ความรู้เหนือมาตรฐาน

2. คุณสมบัติด้านการสังเกตและจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล สิ่งของ สถานที่และการจดจำเหตุการณ์

  • การจดจำลักษณะคน
    • จดจำลักษณะหรือภาพรวมของตัวบุคคล
    • แล้วค่อยจำลักษณะย่อยเป็นขั้นตอนตามลำดับ
    • ใช้วิธีเปรียบเทียบจากลักษณะของตัวเรา หรือคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
    • หาตำหนิพิเศษ (เช่นลอยสัก)
    • การเปรียบเทียบอายุ ส่วนสูง สีผิว
  • การจดจำสิ่งของหรือยานพาหนะ
    • การจำสี การเปรียบเทียบสี
    • การจดจำยี่ห้อรถ
    • จดจำ ลักษณะ ขนาด จำนวน น้ำหนัก เช่น อาวุธ
    • หาตำหนิพิเศษ
  • การจดจำสถานที่
    • ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ยังสถานที่แห่งนั้น
    • หาจุดช่วยจำ
  • การจดจำเหตุการณ์
    • หาเหตุช่วยจำ
    • หลังเหตุการณ์จบลงแล้วให้รีบทบทวนในใจ
  • จดบันทึกความจำ

คุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการตำรวจ

            ตำรวจ เป็นองค์กรแรกของระบบงานยุติธรรม มีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้ต้องหา รักษากฎหมายที่เกี่ยวแก่การกระทำผิดในทางอาญา ภารกิจหลักของข้าราชการตำรวจคือการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน และเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประชาชนมีความศรัทธาเชื่อมั่น จึงต้องกำหนดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ เป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติ ให้มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณที่ดีเป็นมาตรฐาน ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 มาตรฐานคุณธรรมและอุดมคติของตำรวจ เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

1.1 ข้าราชการตำรวจ พึงยึดถือคุณธรรมสี่ประการตามพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งในการประพฤติปฏิบัติตน และปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

  1. การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
  2. การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดีเท่านั้น
  3. การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด
  4. การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

1.2 ข้าราชการตำรวจพึงยึดถืออุดมคติของตำรวจ 9 ประการ  เพื่อเป็นแนวทางชี้นำการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังนี้

  1. เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
  2. กรุณาปราณีต่อประชาชน
  3. อดทนต่อความเจ็บใจ
  4. ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
  5. ไม่มักมากในลาภผล
  6. มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  7. ดำรงตนในยุติธรรม
  8. กระทำการด้วยปัญญา
  9. รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

1.3 ข้าราชการตำรวจพึงหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา

การศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ก็เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันโลกทันเหตุการณ์ และมีความชำนาญการในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ กฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียมการปฏิบัติของส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ และความรับผิดชอบของตน เพื่อสามารถประสานงานได้อย่างกลมกลืนแนบเนียน และเป็นประโยชน์ต่อ ราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนที่ 2 มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

  • มาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ

2.1 ข้าราชการตำรวจต้องเคารพ ศรัทธา และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. จงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระรัชทายาท และไม่ยอมให้ผู้ใดล่วงละเมิด
  2. สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยด้วยศรัทธา มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้บริหารหรือกรรมการพรรคการเมือง และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น

2.2 ข้าราชการตำรวจต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายอื่นโดยเคร่งครัด โดยไม่เลือกปฏิบัติ

2.3 ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ประชาชน ชุมชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กระตือรือร้น รอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
  2. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร เสียสละ ใช้ปฏิภาณไหวพริบกล้าหาญและอดทน
  3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความเต็มใจ ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่หลีกเลี่ยงหรือปัดความรับผิดชอบ
  4. ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองเยี่ยงวิญญูชนจะพึงปฏิบัติต่อทรัพย์สินของตนเอง
  5. รักษาความลับของทางราชการ และความลับที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือจาก
  6. ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม หรือการตรวจสอบตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ กำหนด

2.4 ข้าราชการตำรวจต้องมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติดังนี้

  1. มีท่าทีเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์อันดี และมีความสุภาพอ่อนโยนต่อประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว และไม่เลือกปฏิบัติ
  2. ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน ไม่เบียดเบียน ไม่แสดงกริยาหรือท่าทางไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติ รวมทั้งไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน
  3. เอื้อเฟื้อ สงเคราะห์ และช่วยเหลือประชาชนเมื่ออยู่ในฐานะที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ หรือประสบเคราะห์จากอุบัติเหตุ การละเมิดกฎหมาย หรือภัยอื่น ๆ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
  4. ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างเคร่งครัด การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ร้องขอ ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้าและไม่ให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จแก่ประชาชน

2.5 ข้าราชการตำรวจต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตน แสวงหาประโยชน์สาหรับตนเองหรือผู้อื่น
  2. ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตนไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของข้าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น อันเป็นผลให้การตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของผู้นั้นสูญเสียความเที่ยงธรรมและยุติธรรม
  3. ไม่รับของขวัญนอกเหนือจากโอกาสและกาลตามประเพณีนิยม และของขวัญนั้นต้องมีมูลค่าตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกาศกำหนดเว้นแต่ญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูปหรือการให้โดยธรรมจรรยา
  4. ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์ของราชการเพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน
  5. ไม่ประกอบอาชีพเสริมซึ่งมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม
  6. ดำรงชีวิตส่วนตัวไม่ให้เกิดมลทินมัวหมองต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมาย แม้เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่หมกมุ่นในอบายมุขทั้งหลาย ไม่ฟุ้งเฟ้อหรูหรา และใช้จ่ายประหยัดตามฐานะแห่งตน

2.6 ข้าราชการตำรวจต้องภาคภูมิใจในวิชาชีพ กล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามเพื่อเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี

  1. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  2. ไม่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อคุณธรรมและศีลธรรม
  3. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ตนรู้หรือควรจะรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการนี้ให้ทักท้วง เป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่ง
  4. ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือทำให้สูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

2.7 นายร้อยตำรวจสายพนักงานสืบสวน ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา
  2. หมั่นอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชายึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยจิตเมตตา และให้ความรู้เกี่ยวกับงานในหน้าที่
  3. ปกครองบังคับบัญชาด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ยอมรับฟังความคิดเห็น และไม่ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. ใช้หลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่างเคร่งครัด และปราศจากความลำเอียง

2.8 นายร้อยตำรวจสายพนักงานสืบสวน ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. เคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย
  2. รักษาวินัยและความสามัคคีในหมู่คณะ
  3. ปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพมีน้าใจ รักใคร่สมานฉันท์ และมีมนุษยสัมพันธ์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
  4. อุทิศตนเอง ไม่หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงงาน ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่โดยยึดความสำเร็จของงานและชื่อเสียงของหน่วยเป็นที่ตั้ง

2.9 ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติตามค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำหนด ดังนี้

  1. การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
  2. การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ
  3. การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  4. การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
  5. การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
  6. การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  7. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  8. การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  9. การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์การ

จรรยาบรรณของตำรวจ

2.10 ข้าราชการตำรวจจะต้องสำนึกในการให้บริการประชาชนด้านอำนวยความยุติธรรม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนมีความเลื่อมใส เชื่อมั่นและศรัทธา ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ขออนุญาต ขอข้อมูลข่าวสาร หรือติดต่อราชการอื่น ด้วยความเต็มใจ เป็นมิตร ไม่เลือกปฏิบัติ และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิหรือเสรีภาพตามกฎหมาย
  2. สุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติประชาชนเพื่อให้เกิดความน่าเคารพยำเกรง ไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน
  3. ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ต้องดำรงตนให้อยู่ในสภาพที่พร้อมและเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความน่าเชื่อถือและน่าไว้วางใจ
  4. พกพาอาวุธตามระเบียบแบบแผน ไม่จับหรือถืออาวุธ หรือเล็งอาวุธไปยังบุคคลโดยปราศจากเหตุอันสมควร
  5. พกพาเอกสารหรือตราประจำตัว และแสดงเอกสารหรือตราประจำตัวเมื่อมีบุคคลร้องขอ

2.11 เมื่อเข้าจับกุมหรือระงับการกระทำผิด ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติดังนี้

  1. แสดงถึงการอุทิศตนและจิตใจให้แก่การปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและมีสติปัญญา
  2. ยืนหยัดเจตนารมณ์ในการรักษากฎหมายให้ถึงที่สุด และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ให้ระลึกเสมอว่าการใช้กฎหมายจะต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย
  3. ไม่ใช้มาตรการรุนแรง เว้นแต่การใช้มาตรการปกติ แล้วไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้

2.12 ข้าราชการตำรวจต้องตระหนักว่า การใช้อาวุธ กาลัง หรือความรุนแรงเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุด ข้าราชการตำรวจอาจใช้อาวุธ กำลัง หรือความรุนแรง ได้ต่อเมื่อมีความจำเป็นภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบแบบแผน หรือเมื่อผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธต่อสู้ขัดขวางการจับกุม หรือเพื่อช่วยบุคคลอื่นที่อยู่ในอันตรายต่อชีวิต

2.13 ในการรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวน การสอบปากคำ หรือการซักถามผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหา ผู้ที่อยู่ในความควบคุมตามกฎหมาย ผู้เสียหาย ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ หรือบุคคลอื่น ข้าราชการตำรวจต้องแสดงความเป็นมืออาชีพโดยใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการตำรวจ รวมทั้งใช้ปฏิภาณไหวพริบและสติปัญญา เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ไม่ทำการทารุณหรือทารุณกรรมต่อบุคคล หรือต่อบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลนั้น
  2. ไม่ใช้ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการทารุณหรือทารุณกรรมต่อบุคคล หรือต่อบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลนั้น
  3. ไม่กระทำการข่มขู่หรือรังควาน หรือไม่ใช้อำนาจที่มิชอบ หรือแนะนำเสี้ยมสอนบุคคลให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือปรักปรำผู้อื่น
  4. ไม่กักขังหรือหน่วงเหนี่ยวบุคคลที่ยังไม่ได้ถูกจับกุมตามกฎหมาย เพื่อการสอบปากคำ
  5. ไม่ใช้อำนาจที่มิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐาน

2.14 ข้าราชการตำรวจต้องควบคุมดูแลบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของตนอย่างเคร่งครัด ตามกฎหมายและมีมนุษยธรรม ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

  1. ไม่ผ่อนปรนให้บุคคลนั้นมีสิทธิหรือได้ประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน
  2. ไม่รบกวนการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลกับทนายความตามสิทธิแห่งกฎหมาย
  3. จัดให้บุคคลได้รับการรักษาพยาบาลหรือการดูแลทางการแพทย์ตามสมควรแก่กรณี เมื่อบุคคลนั้นมีอาการเจ็บป่วยหรือร้องขอ
  4. ไม่ควบคุมเด็กและเยาวชนร่วมกับผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่หรือไม่คุมขังผู้หญิงร่วมกับผู้ชาย เว้นแต่เป็นกรณีที่มีกฎหมายและระเบียบแบบแผนอนุญาต

2.15 ข้อมูลข่าวสารที่ข้าราชการตำรวจได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือจากการ ปฏิบัติหน้าที่อื่น ข้าราชการตำรวจจะต้องรักษาข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นความลับอย่างเคร่งครัดเพราะอาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์หรือชื่อเสียงของบุคคล หรืออาจเป็นคุณหรือเป็นโทษทั้งต่อผู้เสียหายหรือผู้กระทำความผิด ข้าราชการตำรวจจะเปิดเผยข้อมูลนั้นได้ต่อเมื่อมีความจาเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเพื่อ ประโยชน์ในราชการตำรวจที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการดาเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น

ชั้นยศนายตำรวจสัญญาบัตร

  1. พลตำรวจเอก (พล.ต.อ.)
  2. พลตำรวจโท (พล.ต.ท.)
  3. พลตำรวจตรี (พล.ต.ต.)
  4. พันตำรวจเอก (พ.ต.อ.)
  5. พันตำรวจโท (พ.ต.ท.)
  6. พันตำรวจตรี (พ.ต.ต.)
  7. ร้อยตำรวจเอก (ร.ต.อ.)
  8. ร้อยตำรวจโท (ร.ต.ท.)
  9. ร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.)

สวัสดิการและความก้าวหน้าของข้าราชการตำรวจ สายพนักงานสืบสวน

            ความก้าวหน้าในหน้าที่ของข้าราชการชั้นสัญญาบัตรทั้ง พนักงานสืบสวนและนายร้อยตำรวจทุกสายงาน นอกจากความมั่นคงในอาชีพยังมีสวัสดิการทั้งที่กำหนดให้เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ดังนี้

1. สวัสดิการเกี่ยวกับการลา  ระเบียบการลาของข้าราชการแบ่งออกเป็น 9 ประเภท คือ

  • การลาป่วย ลาคลอดบุตร (90 วัน)
  • ลากิจส่วนตัว (45 วัน) 
  • การลาพักผ่อน(สูงสุด 30 วัน)
  • การลาอุปสมบท (120 วัน )หรือการลาไปประกอบพิธีฮัจญ์ 
  • การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
  • การลาไปศึกษาได้ถึง 4 ปี (โดยยังมีเงินเดือน)
  • ลาเข้ารับการฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย การลาไปปฏิบัติงานในองค์กรระหว่างประเทศ
  • และ การลาติดตามคู่สมรส

2. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พนักงานสืบสวนและนายร้อยตำรวจทุกสายงานสามารถเบิกได้ทั้งค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็นคนไร้ความสามารถ

3. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

สวัสดิการของนายร้อยตำรวจ สามารถเบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้สูงสุด 3 คน จนมีอายุครบ 25 ปี ทั้งที่เรียนในสถานศึกษาภาครัฐและสถานศึกษาภาคเอกชน

4. สวัสดิการเกี่ยวกับบ้านพักของทางราชการ

สำหรับพนักงานสืบสวนและนายร้อยตำรวจ กรณีไม่มีบ้านพักสามารถใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน ได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

5. สวัสดิการเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยง

ข้าราชการตำรวจมีเงินสวัสดิการเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยง กรณีเดินทางไปราชการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่า ที่พัก ค่าพาหนะ ค่าเช่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และอื่น ๆ

6. เงินเพิ่มพิเศษ  ข้าราชการตำรวจมีเงินสวัสดิการเกี่ยวกับเงินเพิ่มพิเศษ เช่น

  • เงินเพิ่มพิเศษตามตำแหน่งงาน
  • ค่าล่วงเวลา(OT) และอื่น ๆ ได้แก่ การทำงานนอกวันทำการ (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) หรือนอกเวลาราชการ (เวลาระหว่าง 08.30 ถึง 16.30 น. ของวันทำการ)

7. ความก้าวหน้าในหน้าที่

พนักงานสืบสวนและนายร้อยตำรวจ มีโอกาสได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนเมษายน และเดือนตุลาคม ของทุกปี รายละเอียดการพิจารณาขึ้นเงินเดือน มี ดังนี้

  • ข้าราชการตำรวจ ที่ตั้งใจทำงาน มีผลการปฏิบัติดี หรือผู้บังคับบัญชาพิจารณาเห็นสมควร จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น อนึ่งการเลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น (หลักเกณฑ์ห้ามเลื่อนติดต่อกันเกิน 2 ปี)
  • ข้าราชการตำรวจ ที่ทำงานตามปกติหน้าที่ของตนเอง จะได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น

8. รับสวัสดิการค่าตัดเครื่องแบบ

ข้าราชการตำรวจ จะได้รับสวัสดิการค่าตัดเครื่องแบบปีละ 2,000 บาท

9. ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ข้าราชการตำรวจ จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ สิ่งที่เป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศ และบำเหน็จความชอบที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์  ซึ่งถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

10. สวัสดิการเงินกู้กองกลาง ตร.

ข้าราชการตำรวจ จะได้รับสินเชื่อสวัสดิการเงินกู้กองกลาง ตร. ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ต่ำกว่าสินเชื่อธนาคาร

11. สวัสดิการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ 

ข้าราชการตำรวจ จะมีสวัสดิการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากส

12. สวัสดิการเงินกู้

ข้าราชการตำรวจ จะได้รับสวัสดิการเงินกู้ เพื่อที่อยู่อาศัย หรือสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินกู้ เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ

13. เงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ

ข้าราชการตำรวจจะได้รับเงินช่วยเหลือกรณีการตำรวจเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

14. มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ข้าราชการตำรวจจะมีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเป็นสวัสดิการหลักเกษียณอายุราชการไว้ใช้ในยามแก่เฒ่า

15. มีรถประจำตำแหน่ง

พนักงานสืบสวนหรือข้าราชการตำรวจ จะมีรถราชการหรือรถประจำตำแหน่งให้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ

เส้นทางสู่นายร้อยตำรวจ

1. การสอบสายตรงเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ แบ่งคุณสมบัติผู้สมัครสอบออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

           กลุ่มที่ 1 รับสมัครจากบุคคลที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลาย (ม.4-ม.5)ม. 4 และต้องเรียนอยู่ในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น โดยมีอายุระหว่าง อายุ 16-18 ปี เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร(นตท.) 2 ปีจากนั้น ศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) 4 ปี จบมารับพระราชทานกระบี่ ได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.)

           กลุ่มที่ 2 รับสมัครจากบุคคลที่เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ อายุไม่เกิน 18 ปี สอบเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อย โดยไม่ต้องเรียนเตรียมทหาร 2 ปี

           กลุ่มที่ 3  รับจากผู้ที่สอบเข้าเรียนนายสิบตำรวจ เรียน 1 ปี จะมีสิทธิ์สอบนายร้อยตำรวจ อายุต้องไม่เกิน 25 ปี

2. นายร้อยตำรวจรับจากบุคคลภายนอก

สำหรับเส้นทางของบุคคลภายนอกที่จะก้าวสู่เส้นทางนายร้อยตำรวจ ในแต่ละปีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเปิดรับสมัครบุคคลที่มีวุฒิปริญญาตรีในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อสอบบรรจุเป็นนายร้อยตำรวจในตำแหน่งต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี

การเตรียมตัวสอบนายร้อยตำรวจ

            การเปิดสอบนักเรียนนายร้อยตำรวจในแต่ละปี จะมีผู้ที่สนใจสมัครสอบเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่ต้องการสมัครสอบแข่งขันต้องตัวหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบนายร้อยตำรวจ ดังนี้

  1. ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์การสมัครสอบ วิชาที่ใช้สอบ และคุณสมบัติต่าง ๆ ของผู้สมัครสอบ
  2.  จัดเตรียมเอกสารวุฒิการศึกษา โดยจัดเตรียมเอกสารสำเนาเอกสาร วุฒิการศึกษาต่าง ๆ ให้พร้อม และต้องจัดเตรียมให้ตรงตามคุณสมบัติที่ประกาศรับสมัคร
  3. เตรียมร่างกายให้พร้อม การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายด้วยการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และศึกษาข้อห้ามและคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างเข้าใจ เมื่อมีโอกาสสอบผ่านข้อเขียนก็จะไม่เกิดปัญหาทำให้เสียโอกาสในการสอบไป
  4. จัดหาหนังสือและแนวข้อสอบตามให้ตรงตามที่ระบุไว้ในประกาศ การหาซื้อหนังสือและแนวข้อสอบสามารถจัดหาไว้ได้ตั้งแต่ยังไม่ประกาศรับสมัคร เพราะนอกจากจะทำให้มีเวลาอ่านหนังสือและฝึกทำแบบทดสอบแล้ว หนังสืออาจหาซื้อได้ไม่ยากราคาไม่แพงมากนัก
  5. จัดหาสถาบันติวสอบหรือคอร์สติวสอบออนไลน์ เพราะการติวสอบถือเป็นเส้นทางลัดที่ทำผู้ที่สมัครสอบนายร้อยตำรวจ เตรียมความพร้อมในด้านทักษะความรู้ความสามารถและการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายได้ง่ายมากขึ้น เพราะสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจะมีติวเตอร์ที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถโดยตรง นอจากนั้นการติวสอบนายร้อยตำรวจยังจัดหาคู่มือและแนวข้อสอบได้ตอบโจทย์ได้มากกว่าการหาซื้อหนังสือหรือแนวข้อสอบด้วยตัวเอง

            สำหรับคนที่มีความมุ่งมั่น ขยันอ่านหนังสือ ขยันติว มีวินัยในการเตรียมความพร้อมของตนเอง การสอบนายร้อยตำรวจหรือสอบเพื่อบรรจุรับราชการตำรวจ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ และการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ นอกจากตามความรู้ตามที่ระบุในคุณสมบัติของผู้สมัครสอบแล้ว การเรียนรู้หรือศึกษาความรู้เกี่ยวกับงานในหน้าที่ รวมทั้งสวัสดิการความก้าวหน้าในสายพนักงานสืบสวน หรือสายงานอื่น ๆ ถือเป็นความรู้รอบตัวที่มีประโยชน์ต่อการสอบทั้งสิ้น